จะรู้ได้อย่างไรคะ? ว่าลูกของเราเป็นเด็กสมาธิสั้น?

By May 24, 2016
สาธารณะ

รู้ได้อย่างไรนะว่าลูกเราสมาธิสั้นหรือเปล่า เรามารู้จักโรคสมาธิสั้นกันก่อนว่า โรคสมาธิสั้นนั้นเป็นกลุ่มอาการที่เกิดได้ตั้งแต่วันก่อน 7 ปี พบได้ในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง เราอาจเรียกเด็กประเภทนี้ว่า เด็กไฮเปอร์ก็ได้ค่ะวิธีการสังเกตว่าลูกของเราเป็นเด็กสมาธิสั้นหรือเปล่า เราสามารถสังเกตได้จากอาการดังต่อไปนี้นะคะ

  • มีอาการขาดสมาธิ เช่น ไม่ค่อยมีสมาธิ ไม่ค่อยสนใจฟัง ทำงานที่พ่อแม่หรือครูมอบให้ไม่เสร็จ ทำงานพลาดบ่อย เก็บรายละเอียดไม่ได้ ชอบวอกแวก เสียสมาธิได้ง่าย มีปัญหาบ่อย มักขี้ลืม เหม่อลอย นั่งนิ่งนาน ๆ
  • มีอาการซน เช่น มักไม่ค่อยอยู่นิ่ง นั่งบิดตัว นั่งไม่ติดที่ ชอบวิ่งไปมา พูดมาก พูดไม่หยุด ไม่สามารถเล่นเงียบ ๆ ได้
  • ขาดความสามารถในการควบคุมตนเอง โดยเด็กจะมีอาการต่อไปนี้ คือ หุนหันพลันแล่น ตื่นเต้นง่าย ชอบพูดโพล่งขึ้น ชอบขัดจังหวะ ชอบพูดแทรก รอคอยไม่ค่อยได้

หากลูกมีอาการแบบนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือส่วนใหญ่ ควรพาลูกน้อยไปวินิจฉัยอีกครั้งที่แพทย์ที่เชี่ยวชาญนะคะ

#
สาธารณะ

          โรคสมาธิสั้นนั้น เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนหน้า โดยผู้ปกครองสามารถสังเกตได้จาก 3 พฤติกรรมนี้ค่ะ คือ ซนมากๆ สมาธิสั้น และหุนหันพลันแล่น เราลองมาเจาะลึกลงไปทีละข้อกันนะคะ

  1. ซนมากๆ สังเกตง่ายๆคือ เด็กจะไม่สามารถอยู่นิ่งได้ เป็นไฮเปอร์ ต้องขยับร่างกายตลอดเวลา วิ่งเล่นทั้งวันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เล่นแรง เล่นอะไรที่เสี่ยงๆ ไม่กลัวอันตราย หลายครั้ง ไม่สามารถร่วมเล่นกับเด็กคนอื่นๆได้ เพราะติดเล่นแรง เป็นต้นค่ะ
  2. สมาธิสั้น เด็กที่มีอาการนี้ จะไม่สามารถทำตามคำสั่งได้ค่ะ เช่น เรียกชื่อแล้วไม่ยอมหัน ทำตามคำสั่งได้ไม่ครบ หรือไม่ทำ เพราะเด็กจะไม่มีสมาธิมากพอจะฟังคำสั่งให้จบ สามารถจับใจความได้เพียงประโยคแรกๆ สั้นๆ ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถเรียนรู้อะไรใหม่ๆ รวมถึงการเรียนการสอนในห้องเรียนด้วยค่ะ
  3. หุนหันพลันแล่น คือ เด็กจะไม่รู้จักการรอคอย จะเอาอะไรก็ต้องได้เดี๋ยวนั้น อยากทำอะไรก็ต้องทำเดี๋ยวนั้น พูดแทรกอยู่ตลอดเวลา โดยที่ไม่ฟังผู้อื่นพูดให้จบก่อน ต้องรีบตอบโต้ทันที หรือชอบแซงคิว ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใดๆก็ตาม

            หากเกิดอาการเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ ควรปรึกษาแพทย์นะคะ เพราะโรคสมาธิสั้น ควรได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อให้เค้าได้มีพัฒนาการที่ควรเป็นไปตามเด็กปกติ รวมถึงสามารถเรียนรู้กระบวนการสอนของคุณครูได้ สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังมากๆก็คือ การให้เด็กเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเป็นเวลา ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นแต่ไอแพด เกม หรืออยู่กับโทรทัศน์มากเกินไป และควรฝึกให้เด็ก กิน นอน เล่น ให้เป็นเวลาด้วยค่ะ

#
  1. ลูกซนมากๆ จะเป็นไม๊เนี่ย?

กรุณาเข้าระบบ หรือ สมัคร เพื่อส่งคำตอบ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อน